logo

SMS Marketing vs Email Marketing เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

SHARE  |

การแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบันนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจยังคงเติบโตและทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จึงต้องมองหากลยุทธ์ที่จะเข้าถึง และรักษาลูกค้าของตัวเองเอาไว้ให้ได้

บทความนี้จึงจะมาแจกแจงรายละเอียดระหว่าง SMS Marketing vs Email Marketing กลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถส่งข้อความเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง ทั้ง 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า และเหมาะสำหรับธุรกิจประเภทไหนบ้าง!

SMS vs Email เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบ 5 ประเด็นสำคัญ SMS Marketing vs Email Marketing

อันดับแรก เรามาเปรียบเทียบ 5 ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการทำการตลาดกันก่อนว่า ระหว่าง SMS Marketing vs Email Marketing แบบไหนโดดเด่นในเรื่องใด โดยจะวิเคราะห์จาก 5 จุดสำคัญ ดังนี้

 

  • อัตราการเปิด (Open Rate)

ในจุดนี้ SMS ได้เปรียบเป็นอย่างมาก ซึ่งมีอัตราการเปิดสูงถึง 98% ในขณะที่ Email อยู่ที่ราวๆ 20% เท่านั้น ประกอบกับการที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ปิด Notification ของ SMS ทำให้มีโอกาสถูกเห็นมากยิ่งขึ้น

ด้วยขนาดข้อความที่ค่อนข้างสั้น และการแจ้งเตือนที่เห็นได้ง่ายผ่าน Notification หากประโยคแรกที่ลูกค้าเห็นสามารถดึงดูดพวกเขาได้มากพอ SMS ที่ส่งไปจะมีโอกาสถูกเปิดอ่านอย่างแน่นอน

*ข้อมูลอ้างอิง SMS Open Rate: SlickText

**ข้อมูลอ้างอิง Email Open Rate: Hubspot

 

  • การนำส่ง (Deliverability)

ในส่วนของการนำส่ง SMS ก็ยังคงได้เปรียบอีกเช่นกัน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ Internet จึงสามารถส่งข้อความไปยังเป้าหมายได้แทบจะ 100% ตราบใดที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ

ขณะที่ Email นั้นมีจำนวนกว่า 50% ที่มีโอกาสจะไปอยู่ใน Folder Spam และไม่ถูกเปิดอ่านอีกเลย (อ้างอิงสถิติจาก CampaignMonitor)

 

  • อัตราการคลิก (Click Through Rate)

อัตราการคลิกของ SMS นั้นอยู่ที่ราวๆ 19% ถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ด้วยจำนวนข้อความที่สั้น และกระชับ หากข้อความหรือ Link ที่ส่งไปเป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจจริงๆ ก็ทำให้พวกเขาคลิก Link ได้ไม่ยาก

ในขณะที่ Email จะอยู่ที่ 3.2% ถือว่าไม่ดีไม่แย่ แต่จำนวนนี้อาจส่งผลมาจาก Open Rate ที่ค่อนข้างน้อย จึงส่งผลให้อัตราการคลิกนั้นลดลงด้วย

*ข้อมูลอ้างอิง: ManyChat

 

  • การปรับแต่ง (Customization)

ในส่วนนี้ Email ชนะขาดลอย เนื่องจากสามารถปรับแต่งหน้าตาของ Email ที่จะส่งไปได้ค่อนข้างอิสระ รวมถึงสามารถแนบไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ วีดีโอ หรือไฟล์เอกสารก็สามารถทำได้

 

  • ราคา (Cost)

SMS Marketing จะมี Cost ที่ต่ำกว่าค่อนข้างมาก เพียง 0.18 บาทต่อข้อความเท่านั้น (อ้างอิงจาก SMS2PRO) แต่ก็แลกมาด้วยปริมาณของ Text ที่น้อยกว่า Email และการปรับแต่งที่มีข้อจำกัด

 

SMS Marketing vs Email Marketing ควรเลือกใช้อย่างไร

SMS Marketing vs Email Marketing หลายคนอาจจะมองว่าทั้ง 2 รูปแบบนี้กำลังแข่งกัน เพราะมีความคล้ายกันหลายส่วน แต่จริงๆ แล้วทั้ง 2 แบบนี้มีรูปแบบ และบริบทในการใช้งานที่แตกต่างกัน หาก Adapt ใช้อย่างเหมาะสม จะเสริมประสิทธิภาพให้กับกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณได้เป็นอย่างดี

เรามาดูกันว่า SMS Marketing vs Email Marketing ควรเลือกใช้อย่างไร และธุรกิจประเภทไหนจึงจะมีประสิทธิภาพที่สุด

 

เทคนิคการใช้ SMS Marketing ให้มีประสิทธิภาพ

ด้วย Open Rate ที่สูงแต่ปริมาณข้อความที่นำส่งได้มีจำกัด SMS Marketing จึงเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจ B2C โดยจะเน้นไปที่เน้นการใช้ข้อความสั้นๆ ที่กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อกระจายโปรโมชันกระตุ้นให้เกิดการ Repurchase หรือรักษาฐานลูกค้า

กลยุทธ์ SMS Marketing ที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ เช่น แจ้ง Promotion ต่างๆ โค้ดส่วนลด หรือ Gift Voucher เพื่อกระตุ้นให้อยากกลับมาซื้อ หรือใช้บริการซ้ำ แถมยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งแบบ Online และ Offline อีกด้วย

หรือในบางครั้งเวลาเข้าไปในห้างสรรพสินค้า มักจะมี SMS ส่งมาว่า “ช็อปสินค้าครบ X,XXX บาทที่ร้าน XXXX รับฟรีของสมนาคุณ พร้อมลุ้นรางวัล XXXX” ซึ่งเป็นการยิง SMS ผ่านกลยุทธ์ Location-Based Marketing ที่จะนำส่งข้อความเมื่อเป้าหมายอยู่ภายใน Location ที่กำหนด

โดยรวมแล้ว SMS Marketing จึงเหมาะกับธุรกิจ B2C ประเภท

  • แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการรักษาฐานลูกค้า และกระตุ้นยอดขาย
  • Service ต่างๆ ที่ต้องการเพิ่มโอกาส Revisit เช่น สถาบันเพื่อความงาม ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ
  • ห้างสรรพสินค้า หรือหน้าร้านต่างๆ ที่ต้องการเพิ่มโอกาส Revisit และกระตุ้นยอดขาย

 

เทคนิคการใช้ Email Marketing ให้มีประสิทธิภาพ

ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่อ่าน Email ทุกวัน เพราะฉะนั้น การใช้ Email Marketing จึงมี Target Audience ที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น วัยทำงาน หรือผู้บริหารองค์กร ซึ่งมีการเปิด Email อ่านเป็นประจำ 

ซึ่ง Email นั้นสามารถ Deliver Message ต่างๆ ได้มากกว่า SMS รวมถึงแนบไฟล์และ Media ต่างๆ และ Custom หน้าตาได้ค่อนข้างอิสระ จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องแสดงรายละเอียดสินค้ามาก เช่น ธุรกิจ B2B และ High Involvement Product (สินค้าที่ต้องมีการพิจารณาสูง) เช่น

  • ธุรกิจเช่าซื้อเครื่องจักรอุตสาหกรรม
  • สินเชื่อต่างๆ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อการทำธุรกิจ
  • ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันกลุ่มสำหรับบริษัท

แม้ Email จะมี Open Rate น้อย แต่ก็มีโอกาสที่ผู้เปิดอ่าน Email จะเป็นลูกค้าที่สนใจสินค้าจริงๆ เพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับสินค้าประเภท B2B และ High Involvement Product ซึ่งสินค้ามักจะมีราคาสูง แม้จะมีผู้ซื้อน้อยแต่ก็สามารถทำกำไรได้มากต่อการขาย 1 ครั้ง

 

สำหรับผู้ที่สนใจแพลตฟอร์ม SMS Marketing

เท่านี้ก็จบไปแล้วสำหรับ SMS Marketing vs Email Marketing ซึ่งทุกคนก็น่าจะได้เห็นความแตกต่าง และการนำไปปรับใช้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับใครที่กำลังมองหาแพลตฟอร์ม SMS Marketing หรือ SMS Solution ต่างๆ เพื่อธุรกิจของตัวเอง (ราคาเริ่มต้นที่ 0.18 บาทต่อข้อความเท่านั้น) สามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่

Related articles

logo
EXP SYSTEM CO., LTD. 143/666 Floor 3 Borommaratchachonnani Road, Arun Amarin, Bangkok Noi, Bangkok
imddd

Follow us

tevkzhs3mcvntdtqgki9dzteexjzht4tpvtssxfl
arrows 04 54x54px